Crypto ฉบับมือใหม่หากไม่รู้จะเริ่มตรงไหนให้เริ่มต้นที่นี่

0 views
0%

Crypto ฉบับมือใหม่หากไม่รู้จะเริ่มตรงไหนให้เริ่มต้นที่นี่

Crypto ฉบับมือใหม่หากไม่รู้จะเริ่มตรงไหนให้เริ่มต้นที่นี่

สินทรัพย์ลงทุนที่เป็นกระแสและร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล เพราะตั้งแต่ Bitcoin ราคาขึ้นไปแตะ 1 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ก็ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่แห่เข้ามาลงทุนและเก็งกำไรในตลาดคริปโทฯกันแบบล้นหลาม ซึ่งคำถามยอดฮิตของมือใหม่เมื่อเข้ามาในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ก็คือ ‘อยากลงทุนใน Cryptocurrency ต้องเริ่มยังไง?

Step 1 : รู้จักเทคโนโลยี Blockchain

บอกเลยว่า Blockchain Technology เป็นสิ่งแรกที่มือใหม่ทุกคนต้องรู้จัก และทำความเข้าใจกับมันอย่างลึกซึ้ง เพราะ Blockchain Technology หรือ เทคโนโลยีบล็อกเชน ถือเป็นระบบการทำงานที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin (บิทคอยน์) และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือเป็นระบบที่ทำให้การโอนสกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นได้ ซึ่งความโดดเด่นจริง ๆ ของเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่ตรงที่เค้าเป็นระบบที่ไม่มีตัวกลางหรือองค์กรใด ๆ ควบคุม จึงทำให้การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีความโปร่งใส ปลอดภัยจากการแก้ไขโดยคนใดคนหนึ่ง

Step 2 : รู้จักเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ

หลังจากที่เรารู้จักกับเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว สเต็ปต่อมาเราต้องรู้จักเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ กันค่ะ โดยเราขอแบ่งเหรียญดิจิทัลออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

Bitcoin : เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก ที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนกันได้อย่างอิสระผ่านระบบ Blockchain
Altcoin : คำว่า Altcoin มาจากการรวมกันของคำว่า ‘Alternative’ ที่แปลว่าทางเลือก และ ‘Coin’ ที่แปลว่าเหรียญ สรุปว่ามันก็คือเหรียญทางเลือกจากบิทคอยน์นั่นเอง โดยแต่ละเหรียญจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป เช่น เป็นสกุลเงิน เป็นแพลตฟอร์ม Smart Contract ซึ่งปัจจุบัน Altcoin ทั่วโลกมีมากกว่าถึง 5,000 สกุลด้วยกัน!
Stable Coin : เป็นเหรียญที่ถูกตรึงไว้กับสกุลเงินที่จับต้องได้ เช่น เงินบาท เงินดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วน 1:1 เช่น 1 USDT เท่ากับ 32 ดอลลาร์
Step 3 : รู้จัก White Paper

เวลาเราจะหาหุ้นพื้นฐานดี ๆ สักตัว เราก็ต้องดูงบการเงิน ถ้าอยากได้กองทุนรวมดี ๆ สักกองก็ต้องอ่าน Fund Fact Sheet และแน่นอนว่าถ้าอยากลงทุนในเหรียญคริปโทฯพื้นฐานดีสักเหรียญก็ต้องอ่าน White Paper เพราะมันจะทำให้เรารู้วัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญที่เราจะลงทุน อีกทั้งยังช่วยให้เรารู้ว่าเหรียญที่เราจะลงทุนนั้นสร้างด้วยกลไกอะไร มีความต้องการซื้อ (Demand) และความต้องการขาย (Supply) เป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนในเหรียญนั้นดีหรือไม่

Step 4 : รู้ข้อดี ข้อเสีย ของตลาด Cryptocurrency

ต่อมาเราก็ต้องรู้ ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีให้ดีก่อนเริ่มลงทุน เพื่อที่เราจะได้รู้ตัวเองว่าเรายอมรับความเสี่ยง และพร้อมที่จะสูญเสียเงินต้นได้หรือเปล่า

ข้อดี

ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย มีเงินแค่ 10 บาท ก็สามารถลงทุนได้
สามารถถือครองเหรียญเป็นหน่วยย่อยได้ เช่น สมมติว่าตอนนี้ 1 Bitcoin ราคา 1 ล้าน บาท แต่เรามีเงินแค่ 1,000 บาท แสดงว่าเราสามารถซื้อ Bitcoin ได้ 0.001 Bitcoin สรุปง่าย ๆ คือ ไม่ต้องมีเงิน 1 ล้านก็สามารถซื้อเป็นหน่วยย่อยได้นั่นเอง
สามารถเทรด หรือ ซื้อ-ขาย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
สภาพคล่องสูง สามารถฝาก-ถอน เงินได้ตลอดเวลา เช่น หากเราต้องการใช้เงินด่วนมาก ๆ เราก็สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที
ข้อเสีย

ราคามีความผันผวนสูงมาก แน่นอนว่าความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน
มีโอกาสที่เงินต้นจะลดลงหรือสูญเสียเงินต้นได้มากถึง 80% แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรามีความรู้เรื่องการวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค และรู้จักตลาดคริปโทฯเป็นอย่างดี โอกาสที่เราจะได้กำไรจากตลาดก็มากถึง 80% เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ High Risk – High Return จริง ๆ ค่ะ
บางประเทศยังไม่มีกฎหมายรองรับ
Step 5 : เลือกเว็บเทรด Cryptocurrency ที่ชอบ

สำหรับการเลือกเว็บเทรด Cryptocurrency หลัก ๆ แล้วควรจะเลือกเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แล้วเท่านั้น นอกจากนี้อาจจะเลือกเว็บเทรดที่มีเหรียญให้เทรดได้เยอะ ๆ และค่าธรรมเนียมการซื้อขายสมเหตุสมผล ซึ่งวันนี้เราก็มีตัวอย่างเว็บเทรดสัญชาติไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. มาแนะนำ!

Bitkub
เป็นเว็บเทรดคริปโทฯสัญชาติไทยที่ก่อตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. จุดเด่นของ Bitkub คือสามารถเทรดบิทคอยน์ หรือเหรียญดิจิทัลอื่น ๆ ด้วยเงินบาท อีกทั้ง Bitkub ยังถือเป็นเว็บเทรด Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย

Satang Pro
อีกเว็บเทรดคริปโทฯสัญชาติไทยอีกเจ้าที่น่าเชื่อถือ ก่อตั้งเมื่อปี 2560 ในชื่อ TDAX ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Satang Pro และอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เช่นกัน

Bitazza
เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Bitazza ได้รับการพัฒนาถึงขีดสุดเพื่อกระบวนการสมัครที่รวดเร็วและง่ายดาย

Zipmex
ความดีงามของ Zipmex คือเค้าเป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดียวในไทยที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ใครที่ซีเรียสเรื่องค่าธรรมเนียมในการเทรดบอกเลยว่า Zipmex นี่แหละตอบโจทย์มาก

Step 6 : หัดวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค

หลังจากที่เรารู้จักพื้นฐานของเหรียญจากการอ่าน White Paper และเปิดบัญชีเทรดกับบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แล้ว เราก็ต้องรู้จักวิเคราะห์กราฟทางเทคนิคให้เป็น เพื่อที่เราจะได้ลงทุนในเหรียญที่พื้นฐานดี และได้มาในราคาที่เหมาะสม โดยเราได้ลิสต์สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้เกี่ยวกราฟทางเทคนิคมาให้ ดังนี้

กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart)
Time Frame (TF)
แนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคา (Trend) ได้แก่ แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend), แนวโน้มขาลง (Downtrend) และแนวโน้มเคลื่อนที่ไปด้านข้าง (Sideway)
ปริมาณการซื้อขาย (Volume)
แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance)
อินดิเคเตอร์ (Indicator) พื้นฐานต่าง ๆ เช่น EMA, RSI, MACD
Step 7 : รู้จักควบคุมความเสี่ยงและบริหารเงินลงทุน

สิ่งสุดท้ายที่นักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก๋าต้องรู้ และรู้จักนำไปใช้ให้เป็นก็คือ “การควบคุมความเสี่ยง และบริหารเงินลงทุน”  ไม่ว่าเราจะลงทุนในสินทรัพย์อะไร โดยเราได้สรุปวิธีการควบคุมความเสี่ยงและการบริหารเงินลงทุนอย่างง่ายมาให้แล้ว!

การควบคุมความเสี่ยง

ต้องรู้จักการ Stop Loss และ Cut Loss
– Stop Loss คือ การขายสินทรัพย์เมื่อเห็นว่ากำไรเริ่มลดลง เช่น ตอนนี้เราทำกำไรได้ 50% แต่จู่ ๆ ราคาของสินทรัพย์ก็เริ่มลดลงจนทำให้กำไรของเราลดลง เราก็ต้องตัดสินใจขายทันทีเพื่อไม่ให้กำไรของเราลดลงไปมากกว่านี้
– Cut Loss คือ การขายสินทรัพย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากขึ้นไปอีก เช่น ตอนนี้เราขาดทุนอยู่ 10% เราก็ต้องตัดสินใจขายขาดทุนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มันขาดทุนไปมากกว่านี้
กระจายการลงทุนในหลาย ๆ เหรียญ
การบริหารเงินลงทุน

ควรใช้เงินเย็นในการลงทุน ไม่ควรไปกู้เงิน หรือยืมเงินคนอื่นมาลงทุน
แบ่งเงิน 10-20% ของเงินเดือนมาลงทุน ไม่ควรใช้เงินทั้งหมดที่มีมาลงทุน
ซื้อเหรียญแค่ 60% ของจำนวนเงินที่นำมาลงทุน ส่วนเงินที่เหลือจะเก็บไว้ในกรณีฉุนเฉิน เช่น เก็บไว้ซื้อเหรียญเดิมเพื่อเฉลี่ยต้นทุนลง หรือนำไปลงทุนต่อในเหรียญอื่น ๆ

ปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากจากกระแส bitcoin บิทคอยน์ ที่ทุกท่านให้การติดตาม bitcoin price กันอย่างต่อเนื่องและเกิดเหรียญใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอาทิเช่น xrp dogecoin หรือ doge ltc eth หรือ ethereum ethermine Binance เป็นต้น เว็บไซต์ของเรามีการสอนการ เทรด เทรดหุ้น ผ่านแอพที่นิยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitkub Binance Finnomena บิทาซ่า เป็นต้นบาคาร่า จีคลับ

ขอแนะนำ Cookonfood เว็บไซต์ที่รวมรวม สูตรอาหาร วิธีทำอาหาร ทุกเมนู อาหาร ที่ทุกท่านชื่นชอบ สามารถทำทานเองที่บ้าน

From:
Date: มีนาคม 31, 2022

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

1 + 42 =