สอนมือใหม่เทรดBitcoin|Crypto ด้วยแอพMT4&MT5

0 views
0%

สอนมือใหม่เทรดBitcoin|Crypto ด้วยแอพMT4&MT5

สอนมือใหม่เทรดBitcoin|Crypto ด้วยแอพMT4&MT5

หลายคนที่เริ่มสนใจลงทุนใน Cryptocurrency คงคุ้นเคยกันดีกับคำว่า Bitcoin แต่สงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมใคร ๆ ก็ต่างแนะนำให้มือใหม่เริ่มศึกษาจากบิตคอยน์ หรือเริ่มลงทุนกับบิตคอยน์ก่อน?

เราจะมาทำความเข้าใจถึงจุดเด่นหรือเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุนในบิตคอยน์ ทั้ง 7 ข้อต่อไปนี้!

1. Bitcoin เป็นคริปโตสกุลแรกของโลก

บิตคอยน์ (Bitcoin) คือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) “สกุลแรกของโลก” และมีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดคริปโต ณ ปัจจุบัน สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง หมายความว่า แม้จะอยู่ประเทศไหนบนโลกก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมนั้นถือว่าถูกมาก หากเทียบกับการทำธุรกรรมผ่านตัวกลาง

2. ใช้บล็อกเชนในการทำงาน

บิตคอยน์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการบันทึกธุรกรรม โดยบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากที่สุด มีหลักการทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่สำเนาของข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย และระบบจะมีการตรวจสอบให้ข้อมูลทุกเครื่องตรงกันอยู่เสมอ จึงยากต่อการปลอมแปลงข้อมูล และสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

การจะแฮกข้อมูลในเครือข่ายบล็อกเชน ผู้แฮกหรือผู้ไม่ประสงค์ดีต้องแฮกคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้น บิตคอยน์ที่สร้างอยู่บนบล็อกเชนจึงถือเป็นธุรกรรมที่มีความปลอดภัยสูงมาก เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดบิตคอยน์ขึ้นมายังไม่มีใครสามารถปลอมแปลงข้อมูลในบล็อกเชนได้เลย

3. ไม่มีใครทราบตัวตนผู้สร้าง Bitcoin

บิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต (Satoshi Nakamoto)” จุดประสงค์ของเขาคือต้องการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

แม้เขาจะเป็นถึงผู้สร้างเหรียญบิตคอยน์ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าซาโตชิเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่มบุคคลกันแน่

มีหลายคนตั้งข้อสงสัยในตัวซาโตชิด้วยเหตุผลต่าง ๆ ข้อสงสัยนี้ทำให้เหล่านักสืบออนไลน์จากทั่วทุกมุมโลกพยายามสืบหาตัวตนที่แท้จริงของซาโตชิ แต่ก็ยังมีไม่ใครทำสำเร็จ แม้จะมีบางคนที่อ้างตนว่าคือซาโตชิตัวจริง แต่ก็ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนและยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ ทำให้ปริศนานี้ยังไม่ถูกเปิดออกแม้จะผ่านมากว่า 12 ปีแล้วก็ตาม

อนึ่ง บางคนได้ตั้งข้อสังเกตุว่า สาเหตุที่ซาโตชิไม่ยอมออกมาเปิดเผยตัวตน อาจเป็นเพราะเขากลัวว่าจะทำให้บิตคอยน์สูญเสียความกระจายศูนย์ (Decentralization) เนื่องจากถ้าทุกคนรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา สื่อต่าง ๆ ก็จะมุ่งเป้าหมายตัวซาโตชิ ตลาดก็จะให้ความสำคัญกับคำพูดของเขาแต่เพียงคนเดียว ซึ่งขัดแย้งกับหลักการกระจายศูนย์ของบิตคอยน์

4. บิตคอยน์มีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ

บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาให้มีจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ เพราะว่าผู้สร้างบิตคอยน์ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า หากบิตคอยน์มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีจำกัด อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และจะทำให้มูลค่าของบิตคอยน์ลดลงจนหายไปจากตลาดได้ ดังนั้นการจำกัดจำนวนเหรียญบิตคอยน์จึงเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต และด้วยคุณสมบัติที่มีอยู่อย่างจำกัดของบิตคอยน์นี้เองจะทำให้มูลค่าของบิตคอยน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตนั่นเอง

ปัจจุบัน บิตคอยน์ถูกขุดขึ้นมาแล้วกว่า 18 ล้านเหรียญ เหลืออีกเพียงไม่ถึง 3 ล้านเหรียญเท่านั้น โดยคาดการณ์ว่าจะถูกขุดขึ้นมาครบ 21 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ. 2140 หรืออีก 119 ปีนั่นเอง

เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่สงสัยว่าหากขุดบิตคอยน์ขึ้นมาครบ 21 ล้านเหรียญ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เรื่องนี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ มูลค่าของบิตคอยน์อาจพุ่งสูงยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดและต้องใช้หมุนเวียนในตลาด ทำให้บิตคอยน์ยังเป็นเจ้าแห่งวงการคริปโตต่อไป หรือในทางกลับกันมูลค่าที่สูงและความหายากอาจทำให้เหล่านักล่าบิตคอยน์หันไปสนใจเหรียญสกุลอื่นมากขึ้น จนทำให้บิตคอยน์เสียตำแหน่งก็เป็นไปได้ จึงต้องจับตาดูกันต่อไป

5. เป็นต้นแบบให้คริปโตสกุลอื่น ๆ

บิตคอยน์ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จและเป็นคริปโตที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สนใจและยอมรับให้เงินดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น และต้องยอมรับว่าความสำเร็จของบิตคอยน์ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหรียญดิจิทัลสกุลอื่น ๆ ตามมามากมายหลายพันสกุลทั่วโลก ที่เรียกกันว่า “Altcoin” (Alternative Coin) หรือเป็นสกุลเงินทางเลือกที่มีขึ้นมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในเหรียญสกุลอื่นนอกจากบิตคอยน์

ปัจจุบัน Altcoin หลายสกุลก็เป็นที่โด่งดังในตลาดคริปโตและได้รับความสนใจไม่แพ้บิตคอยน์ เช่น Ethereum (ETH), Tether (USDT), Dogecoin (DOGE) ก็ได้รับความนิยมตามกันมาติด ๆ

6. ทุก 4 ปีจะมีเหตุการณ์สำคัญ

“Bitcoin Halving” เป็นกฎเกณฑ์ที่ผู้สร้างบิตคอยน์ “ซาโตชิ นากาโมโต” ได้กำหนดขึ้นมา โดยทุก ๆ 210,000 บล็อกที่สร้างขึ้น จะเกิดการ Halving ซึ่งก็คือการลดจำนวน “Block Reward” ที่เป็นเงินรางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งค่าตอบแทนนี้ก็คือเหรียญบิตคอยน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่นั่นเอง

โดยประมาณแล้ว นักขุดจะใช้เวลา 10 นาทีต่อการสร้าง 1 บล็อก หมายความว่า 210,000 บล็อก จะถูกสร้างขึ้นภายใน 2,100,000 นาที หรือคิดเป็นประมาณ 4 ปีที่จะเกิดปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ขึ้น หากนับตั้งแต่ปี 2009 ที่บิตคอยน์เกิดขึ้นมา จนถึงปัจจุบัน ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกัน แต่ละครั้ง Block Reward ก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่ 50 BTC/Block ลดลงเหลือเพียง 6.25 BTC/Block ในปัจจุบันเท่านั้น

หลายคนอาจสงสัยว่าหาก Block Reward ลดลงทุก ๆ 4 ปีเช่นนี้ แล้วอนาคตบิตคอยน์จะปิดตัวลงหรือไม่ ค่าตอบแทนที่น้อยลงจะทำให้นักขุดวางมือออกจากวงการไปหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่เลย บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีหลักการคล้ายกับทอง ในช่วงแรกบิตคอยน์จะถูกขุดออกมาได้ง่ายและเยอะ จากนั้นจะค่อย ๆ ลดน้อยลง เช่นเดียวกับทองคำที่ช่วงแรกการขุดเหมืองหนึ่งครั้งก็ได้ทองมาเป็นกอบเป็นกำ แต่ภายหลังกลับได้น้อยลง แต่มูลค่าในตลาดก็สูงขึ้นเช่นกัน บิตคอยน์เองก็เป็นเช่นนั้น ยิ่งหายากมากเท่าไหร่ ราคาในตลาดก็จะยิ่งสูงมากเท่านั้น เหตุนี้เองซาโตชิ นากาโมโตจึงได้สร้างกฏให้ Bitcoin Halving เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปีนั่นเอง

7. เป็นคริปโตที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับที่ 1

บิตคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งวงการคริปโตเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่บิตคอยน์ได้ฉายาเช่นนั้น เพราะปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของบิตคอยน์ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ coinmarketcap.com) มีส่วนแบ่งสูงถึง 46.69% แม้จะลดลงจากเดิมเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนในตลาดแล้วถือว่าบิตคอยน์ยังครองตลาดเป็นอันดับที่ 1 และทิ้งห่างเหรียญสกุลอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น และด้วยเหตุนี้เองทำให้บิตคอยน์นั้นถูกมองเป็นกระจกที่สะท้อนภาพรวมของตลาดคริปโตทั้งหมด เมื่อราคาบิตคอยน์มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ย่อมส่งผลต่อ Altcoin ในตลาดเกือบทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า Altcoin จะผันแปรตาม Bitcoin เสมอไป อาจมีหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่นการไหลของเงิน (Fund Flow) เทคโนโลยี กระแสข่าว หรือกระแสโซเชียล เป็นต้น จึงต้องศึกษาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมก่อนการลงทุน

Coincurrency.guru เราคือกูรูเรื่อง cryptocurrency คริปโตเคอเรนซี่ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า crypto คริปโต ซึ่งในปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากจากกระแส bitcoin บิทคอยน์ ที่ทุกท่านให้การติดตาม bitcoin price กันอย่างต่อเนื่องและเกิดเหรียญใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอาทิเช่น xrp dogecoin หรือ doge ltc eth หรือ ethereum ethermine Binance เป็นต้น เว็บไซต์ของเรามีการสอนการ เทรด เทรดหุ้น ผ่านแอพที่นิยมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitkub Binance Finnomena บิทาซ่า เป็นต้น

ขอแนะนำ Cookonfood เว็บไซต์ที่รวมรวม สูตรอาหาร วิธีทำอาหาร ทุกเมนู อาหาร ที่ทุกท่านชื่นชอบ สามารถทำทานเองที่บ้าน

From:
Date: มกราคม 27, 2022

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

76 - 6 =